01 — เพื่อเพิ่มข้อมูลอีกหนึ่งมิติ
นอกจากการประเมินจากพฤติกรรมและแบบทดสอบ เรายังมีข้อมูลทางสรีรวิทยาของสมองมาประกอบการพิจารณา
ลูกไม่มีสมาธิ เรียนรู้ช้า จดจำยาก ควบคุมตัวเองลำบาก หรือมีพัฒนาการบางด้านที่คุณพ่อคุณแม่กังวล
สิ่งที่เราเห็นจากพฤติกรรมมีความสำคัญมาก แต่ในบางกรณี การมีข้อมูลจากการทำงานของสมองเพิ่มเติม อาจช่วยให้ทีมผู้เชี่ยวชาญมองเห็นเด็กได้รอบด้านมากขึ้น
ที่ ZENITH Kid's Center เรานำข้อมูลคลื่นสมองจาก EEG ร่วมกับระบบ NDS — Neuro Delineation System มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมิน เพื่อช่วยให้เข้าใจรูปแบบการทำงานของสมองร่วมกับพฤติกรรม พัฒนาการ การเรียนรู้ และข้อมูลทางคลินิกด้านอื่น ๆ

เด็กสองคนอาจถูกบอกว่า “ไม่มีสมาธิเหมือนกัน” แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมนั้นอาจแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
ดังนั้น การดูเพียงพฤติกรรมจากภายนอกอาจยังไม่สามารถอธิบายความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ทั้งหมด

EEG — Electroencephalography เป็นการบันทึกกิจกรรมทางไฟฟ้าของสมองผ่านเซนเซอร์บริเวณหนังศีรษะ
ข้อมูล EEG สามารถนำมาวิเคราะห์รูปแบบของคลื่นสมองในช่วงความถี่ต่าง ๆ เช่น Delta · Theta · Alpha · Beta · Gamma
ระบบ NDS — Neuro Delineation System นำข้อมูล EEG มาช่วยวิเคราะห์และแสดงผลในรูปแบบที่ช่วยให้ทีมผู้เชี่ยวชาญพิจารณารูปแบบของข้อมูลสมองได้ง่ายขึ้น
ข้อมูล NDS/EEG จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกับ
นอกจากการประเมินจากพฤติกรรมและแบบทดสอบ เรายังมีข้อมูลทางสรีรวิทยาของสมองมาประกอบการพิจารณา
เด็กที่มีอาการคล้ายกัน อาจมีรายละเอียดและความต้องการในการดูแลแตกต่างกัน
ข้อมูล NDS/EEG สามารถนำมาดูร่วมกับพฤติกรรม พัฒนาการ การเรียนรู้ และข้อมูลทางคลินิกด้านอื่น
แทนที่จะถามเพียงว่า “ลูกเป็นอะไร?” เราอาจสามารถถามต่อได้ว่า “ข้อมูลด้านใดของลูกที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม?”
เมื่อมีข้อมูลหลายด้าน ทีมสามารถพิจารณาได้ว่าทักษะหรือประเด็นใดควรได้รับความสำคัญมากขึ้น
เมื่อมีการบันทึกภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ข้อมูลสามารถเป็นหนึ่งใน baseline ที่นำมาเปรียบเทียบร่วมกับพัฒนาการและผลการประเมินในอนาคตได้

งานวิจัยด้าน neuroscience และ neurodevelopmental disorders พบว่า EEG สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมทางไฟฟ้าของสมอง และมีการศึกษาความสัมพันธ์กับภาวะด้านสมาธิ Autism และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น ใน ADHD มีการศึกษารูปแบบ Theta/Beta Ratio อย่างมาก แต่หลักฐานพบว่ามีความแตกต่างระหว่างเด็กสูง ดังนั้นจึงไม่ควรนำค่าหนึ่งค่าจาก EEG มาใช้ยืนยัน ADHD โดยไม่ประเมินข้อมูลทางคลินิกด้านอื่นร่วมด้วย
ใน Autism และ Learning Disabilities ก็เช่นเดียวกัน งานวิจัยพบ EEG patterns ที่น่าสนใจหลายรูปแบบ แต่ยังมีความแตกต่างระหว่างบุคคลสูง
สิ่งที่งานวิจัยกำลังบอกเราคือ เด็กที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน อาจมีความแตกต่างทาง neurophysiology ได้ และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่การดูแลเด็กควรเป็นแบบ Individualized
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่งานวิจัยเน้นตรงกันคือ EEG เป็นข้อมูลที่ต้องอ่านร่วมกับข้อมูลทางคลินิกด้านอื่นเสมอ ไม่ใช่ค่าเดียวที่ใช้ยืนยันภาวะใดภาวะหนึ่ง
หากคุณพ่อคุณแม่กังวลว่าลูกมีเรื่องต่อไปนี้อย่างต่อเนื่อง
วอกแวกง่าย ทำกิจกรรมได้ไม่นาน ต้องเตือนบ่อย
จำคำสั่งหรือข้อมูลหลายขั้นตอนได้ยาก
เรียนรู้ช้า หรือทำสิ่งที่เคยเรียนได้ไม่สม่ำเสมอ
หุนหันพลันแล่น รอคอยยาก หรือควบคุมพฤติกรรมได้ลำบาก
มีข้อกังวลด้านการเข้าใจ การตอบคำถาม หรือการสื่อสาร
มีบางทักษะที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่ายังแตกต่างจากที่คาดหวัง
คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องตัดสินเองว่าลูก “ต้องตรวจ” หรือไม่ สามารถเริ่มจากการพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อประเมินว่า NDS/EEG จะช่วยเพิ่มข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคำถามของลูกหรือไม่
ผล NDS/EEG ไม่ควรถูกใช้เพียงอย่างเดียวเพื่อ
เพราะ NDS เป็น “ข้อมูลประกอบ” ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของเด็กหนึ่งคน

แต่ใช้เครื่องมือเพื่อช่วยให้เรามองเด็กได้รอบด้านมากขึ้น
ที่ ZENITH Kid's Center เราพิจารณา
เพื่อสร้างภาพรวมของเด็กแต่ละคนอย่างรอบด้าน
Snyder SM, Hall JR. Clinical utility of quantitative EEG in supporting the diagnosis of ADHD in children and adolescents: A meta-analytic review. Clin Neurophysiol. 2006 May;117(5):988-95.
การตรวจคลื่นสมอง สามารถช่วยประกอบวินิจฉัย ADHD ได้
Gladstone, M., et al. (2016). Journal of Attention Disorders
การประเมินคลื่นสมอง ช่วยให้แยกประเภท ADHD เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลที่ตรงจุดมากขึ้น
เริ่มจากการพูดคุยกับทีม ZENITH Kid's Center เพื่อช่วยพิจารณาว่าสิ่งที่คุณกังวลเกี่ยวกับลูกคืออะไร ควรเริ่มประเมินจากด้านใด และ NDS/EEG จะช่วยเพิ่มข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในขณะนี้หรือไม่ — ไม่ใช่เด็กทุกคนจำเป็นต้องตรวจ การประเมินควรพิจารณาตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน
